ภาพงานกิจกรรม

การประชุมวิชาการ 3rd CITC Regional Conference on Climate Change and Sustainable Development: “How to Accelerate Climate Actions in Asia through Capacity Building and Climate Finance”


วันที่เผยแพร่ 2016-04-25 17:03:29 น.

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ได้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงได้จัดตั้ง ศูนย์วิชาการนานาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change International Technical and Training Center: CITC) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเครือข่าย องค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศ ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคอาเซียน และเป็นการสอดรับกับวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งประชาคมอาเซียนที่มุ่งเน้นให้เกิดการรวมตัวของประเทศสมาชิก

เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 21 (The 21st session of the Conference of the Parties to the UNFCCC: COP21) ในการประชุมดังกล่าว กว่า 160 ประเทศ ได้หารือและมีมติเห็นชอบต่อความตกลงปารีส (Paris Agreement) ในการร่วมกันแก้ปัญหาและรักษาระดับอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับระดับของอุณหภูมิเฉลี่ยก่อนยุคอุตสาหกรรม และจะพยายามรักษาเป้าหมายการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส จากข้อตกลงส่งผลให้แต่ละประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีความเปราะบางอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้ความสำคัญกับประเด็นปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากยิ่งขึ้น  ดังนั้นศูนย์ CITC ซึ่งมีหน้าที่เป็นศูนย์กลางการพัฒนาเครือข่ายและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิภาค ได้ร่วมมือกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) และ UNFCCC  ให้มีจัดการประชุมวิชาการภายใต้หัวข้อ 3rd CITC Regional Conference on Climate Change and Sustainable Development: “How to Accelerate Climate Actions in Asia through Capacity Building and Climate Finance”  ขึ้น ในระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 1เมษายน 2559 

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความเชื่อมโยงสถานการณ์ปัจจุบันด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในระดับนานาชาติและระดับภูมิภาค เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ผลักดันให้เกิดมาตราการการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เทคโนโลยี รวมถึงด้านกลไกทางการเงินและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้ประสบผลสำเร็จ

การประชุมในครั้งนี้ได้รับเกียรติกล่าวเปิดงานโดย นายสันทัด สมชีวิตา ประธานคณะกรรมการศูนย์ CITC และกล่าวรายงานโดย นางประเสริฐสุข จามรมาน ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้าร่วมการบรรยายมาจากหลากหลายหน่วยงาน อาทิเช่น Mr. David Abbass ผู้แทนจาก UNFCCC ในหัวข้อ Outcome of COP21 and actions to be taken by developing countries  Ms. Cassie Flynn ผู้แทนจาก UNDP บรรยายในหัวข้อ Sustainable Development Goals (SDGs) and Climate Change ดร.ณัฐริกา วายุภาพ นิติพน รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก(องค์การมหาชน) บรรยายในหัวข้อ “CITC: role as a regional climate change capacity building center to support sustainable development in the region”  รวมถึง Mr. Rocky Pairunan ผู้แทนจาก ASEAN Secretariat บรรยายในหัวข้อ Regional strategy for climate change and capacity building - ASEAN’s next Blueprint (2016-2025) นอกจากนี้ผู้แทนจากกลุ่มประเทศอาเซียนประกอบด้วย กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย ร่วมแสดงความคิดเห็นถึงแนวทางการปฏิบัติสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ดร. จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ CITC กล่าวว่า การประชุมวิชาการครั้งนี้ ได้รับการตอบรับจากผู้แทนองค์กรสหประชาชาติ ผู้แทนเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) นักวิชาการระดับประเทศและระดับนานาชาติที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาร่วมบรรยายในหัวข้อต่างๆ อาทิเช่น ความตกลงปารีสจากการประชุม COP21 รวมถึงแนวทางในการดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศกำลังพัฒนา การพัฒนาอย่างยั่งยืน การพัฒนาศักยภาพบุคลากรซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การดำเนินงานสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสนับสนุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งภายในการประชุมวิชาการในครั้งนี้ได้มีผู้เข้าร่วมจากหลายหน่วยงานมากกว่า 200 คน อาทิเช่น ผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษาทั้งจากประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชีย เข้าร่วมงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การดำเนินงานที่ผ่านมาของแต่ละประเทศ  

ผลสำเร็จจากการประชุมในครั้งนี้คือ การเกิดความรู้ความเข้าใจในสถานการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกยิ่งขึ้น เพื่อที่จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการสร้างโอกาสเรียนรู้วิธีการในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นหัวข้อสำคัญที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงเกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้และความสามารถในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของแต่ประเทศ ท้ายที่สุดเป็นการสร้างเครือข่ายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เกิดความเข้มแข็งต่อไป

 

คลิ๊กเลือกที่ภาพเพื่อขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น

×