ภาพงานกิจกรรม

พิธีลงนาม “การบูรณาการด้านการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย”


วันที่เผยแพร่ 2016-12-19 19:26:18 น.

พิธีลงนาม “การบูรณาการด้านการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย” โดยกรมโรงงานฯ สผ. และ อบก. ร่วมขับเคลื่อนทุกภาคส่วนลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

กรุงเทพฯ : เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การบูรณาการด้านการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย ปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ – ๒๕๖๓” ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลกิจกรรมและจัดทำรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรแบบบูรณาการ  ไม่ต้องส่งรายงานซ้ำซ้อนให้หลายหน่วยงาน เพื่อให้ภาครัฐสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการและกำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรม ผู้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วย นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนางประเสริฐสุข จามรมาน ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยมีนายปณิธาน จินดาภู รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือดังกล่าว ณ อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรุงเทพฯ

          จากข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ พบว่า ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น ๓๐๕.๕๒ ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งมาจากกิจกรรมในภาคอุตสาหกรรมรวมทั้งสิ้น ๖๕.๙๒ ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือร้อยละ ๒๑.๕๗ ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ โดยภาคอุตสาหกรรมมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก ๓ ภาคส่วนหลักคือภาคการใช้พลังงานในอุตสาหกรรม ๔๔.๕๒ ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือร้อยละ ๑๔.๕๗ ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ ภาคกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม ๑๘.๒๓ ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือร้อยละ ๕.๙๖ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ และภาคของเสียจากการบำบัดน้ำเสียในอุตสาหกรรม ๓.๑๗ ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือร้อยละ ๑.๐๓ ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าในภาคอุตสาหกรรมมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานมากที่สุด

          การส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมจัดทำรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะเป็นผลดีต่อภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ทั้งในแง่ของการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของอุตสาหกรรม และสามารถเป็นแนวทางในการลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากข้อมูลกิจกรรมหรือปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้จากการรายงานของอุตสาหกรรมโดยตรงนั้นสามารถนำมาเป็นฐานข้อมูลในการศึกษาศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมนั้นๆ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมยิ่งขึ้นการบูรณาการการรายงานดังกล่าว ยังเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถบริหารจัดการปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ร้อยละ ๒๐ ภายในปี ๒๕๗๓ ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ในที่ประชุมสมัชชารัฐภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ ๒๑ และเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๙ ประเทศไทยได้มอบสัตยาบันสารความตกลงปารีส (Paris Agreement) เพื่อเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิก ในระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ ๗๑ ซึ่งได้มีผลบังคับใช้ในวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา

คลิ๊กเลือกที่ภาพเพื่อขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น

×