ภาพงานกิจกรรม

ซีพีเอฟผนึกพลังกันกุลฯ เดินหน้าโครงการ CPF Solar Rooftop ขนาดใหญ่สุดในไทย ช่วยโลกลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน


วันที่เผยแพร่ 2018-07-11 16:24:59 น.

ซีพีเอฟผนึกพลังกันกุลฯ เดินหน้าโครงการ CPF Solar Rooftop ขนาดใหญ่สุดในไทย ช่วยโลกลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน

กรุงเทพฯ : เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ โดย นายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ ประธานคณะผู้บริหารธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) และนายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจอาหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ “โครงการ CPF Solar Rooftop” กับ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) โดยนายกัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการ โดยมีนางประเสริฐสุข จามรมาน ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือ ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

          “โครงการ CPF Solar Rooftop” เป็นความร่วมมือในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยบริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) จะเป็นผู้ลงทุนและดูแลระบบตลอดอายุสัญญาระยะเวลา 15 ปี ติดตั้งบนหลังคาของหน่วยงานซีพีเอฟจำนวน 34 แห่ง เทียบได้กับโรงไฟฟ้าขนาด 40 เมกะวัตต์ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้ถึง 53 ล้านหน่วยต่อปี นับเป็นโครงการ Solar Rooftop ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าขององค์กร และยังสามารถช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณปีละ 28,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tonCO2eq)  หรือคิดเป็นการปลูกต้นสักประมาณ 1.44 ล้านต้นต่อปี  ที่ผ่านมาซีพีเอฟมีการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบตามหลักสากล (GRI Standard) โดยบริษัทสามารถลดก๊าซเรือนกระจกไปแล้วกว่า 79,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tonCO2eq)  หรือเทียบกับการปลูกต้นสักปีละประมาณ 4 ล้านต้น และทางซีพีเอฟยังคงมุ่งมั่นแสวงหาแหล่งพลังงานสะอาดอื่นๆ ต่อไป

          ปัจจุบันมีการติดตั้งโครงการโซล่าร์บนหลังคา (Solar Rooftop) เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนของการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มีราคาลดต่ำลง จนมีความคุ้มค่าในการลงทุน ความร่วมมือในระหว่างซีพีเอฟและกันกุลฯ ครั้งนี้ ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่า พลังงานแสงอาทิตย์สามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ สำหรับภาคอุตสาหกรรม และภาคการผลิตได้ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าที่ถูกลง และสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานหลักในเวลากลางวันได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น

คลิ๊กเลือกที่ภาพเพื่อขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น

×