ข่าวเกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจก

“บอมบ์ ไซโคลน” ผลจากโลกร้อน อนาคตจะเจอ “ร้อนสุดโต่ง หนาวสุดโต่ง”

นักวิทยาศาสตร์ ระบุว่าปรากฎการณ์บอมบ์ ไซโคลน ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผลพวงจาก ภาวะโลกร้อน และนับวันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น เพราะปริมาณก๊าซเรือนกระจกยังเพิ่มขึ้นทุกวัน ในอนาคตจะได้ เห็นอากาศร้อนสุดโต่งและหนาวสุดโต่ง

สภาพอากาศที่หนาวจัดและหนาวมากเป็นประวัติการณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นปรากฎการณ์ที่สื่อ มวลชนหลายสำนัก เรียกว่า บอมบ์ ไซโคลน (Bomb cyclone) เพราะความเหน็บหนาวและหิมะที่ตกอย่าง รุนแรง ส่งผลกระทบทั้งทางบกและทางอากาศอย่างหนักหน่วง

ปรากฏการณ์ “บอมบ์ ไซโคลน” (Bomb cyclone) ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีใน ช่วงฤดูหนาว และคำเรียกนี้นักอุตุนิยมวิทยาใช้เรียกกันมาตั้งแต่ปี 1940 เนื่องจากเป็นคำที่ให้ความรู้สึกถึงการ เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและฉับพลันของพายุไซโคลน โดยชื่อทางการ คือ บอมโบเจเนซิส (Bombogenesis)

“บอมบ์ ไซโคลน” (Bomb cyclone) คือ extra-tropical cyclone เป็นพายุหมุนนอกเขตร้อน ที่พัฒนา ตัวอย่างรุนแรงและรวดเร็วผิดปกติ โดยพายุจะมีความกดอากาศที่ใจกลางพายุลดลงอย่างน้อย 24 มิลลิบาร์ ภายในเวลา 24 ชั่วโมง หรือ 1 มิลลิบาร์/1ชั่วโมง พายุเกิดขึ้นเมื่อมวลอากาศลอยสูงขึ้น จากบริเวณที่เป็นความ กดอากาศต่ำบนผิวโลก ซึ่งทำให้ดูดอากาศบริเวณโดยรอบเข้าไปเมื่อรวมตัวกันแล้ว พายุจะเริ่มหมุนตัวเร็วขึ้น และเร็วขึ้น เหมือนนักเล่นสเก็ตที่หมุนตัว ส่งผลให้ความเร็วลมเพิ่มขึ้น และความเร็วลมจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่ออยู่ ใจกลางพายุ

นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ให้ข้อมูลว่าปรากฎการณ์ดังกล่าวคล้ายกับช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมาของประเทศไทย ที่พายุจากประเทศฟิลิปปินส์เคลื่อนผ่านมา แล้วดึงลมหนาวลงมาประเทศไทย ทำให้ในขณะนั้นมีอากาศหนาวเย็น ฝนตก และอุณหภูมิลดลง แต่ไม่รุนแรงเหมือนประเทศสหรัฐอเมริกา

“พายุที่เกิดขึ้นบริเวณภาคตะวันออกของสหรัฐฯ ไปเหนี่ยวนำอากาศจากขั้วโลกเหนือลงมาเลี้ยงตัวพายุ จึงทำให้เกิดลมแรง แต่ปกติในฤดูหนาวจะไม่ค่อยเกิดพายุ พายุส่วนใหญ่จะเกิดในฤดูร้อนเป็นหลัก ถามว่าผิด ปกติไหม ไม่ผิดปกติ เพราะเกิดขึ้นได้ เพียงแต่ไม่บ่อยนัก” นายวันชัย กล่าว

เมื่อนำปรากฎการณ์ดังกล่าวไปถามนักวิทยาศาสตร์ว่าสภาพอากาศที่หนาวรุนแรงแบบนี้เกิดจากปัจจัยใด ก็ ได้รับคำตอบจาก รศ.สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าเป็นผลจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง หรือ ผลของโลกร้อน

ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน หรือสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง จะทำให้ปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้น หรือ ไม่ควรเกิดขึ้น ก็เกิดขึ้น หรือควรจะเกิดปรากฎการณ์ใดแล้วกลับไม่เกิด หรือเกิดน้อยมากเกิดขึ้น ซึ่งการเปลี่ยน แปลงที่สุดโต่งแบบนี้คือคำอธิบายของผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

“สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง จะเป็นอะไรที่สุดโต่ง หนาวสุดโต่ง ร้อนสุดโต่ง ที่ผ่านมาเราอาจจะเห็นไม่ ชัดเจน แต่จากนี้เราจะเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยขึ้น สหรัฐฯ เคยประสบปัญหาอากาศหนาวมาแล้ว บางปีหนาว มาก แต่ไม่รุนแรงเหมือนครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนของภาวะโลกร้อน” รศ.สุชนา กล่าว

รศ.สุชนา กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะทำให้ทุกคนเชื่อและเข้าใจว่าสภาพอากาศที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทั้งร้อน และหนาว คือผลพวงจากภาวะโลกร้อน แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในขณะนี้ คือ สัญญาณที่บอกว่าสถานการณ์ในปัจจุบันไม่ปกติแล้ว และผลกระทบน่าจะเกินจุดเริ่มต้นไปมากแล้ว

ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่นับวันมีแต่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้น ขณะนี้ขั้วโลก เหนือได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด อุณภูมิเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย 5 องศาเซลเซียส ส่งผลให้น้ำแข็งละลาย กระทบกับ ประชาชนไม่มีที่อยู่อาศัยจากปัญหาดินทรุดและดินสไลด์ ขณะที่หมีหลายตัวจมน้ำตาย และไม่สามารถหา อาหารและจำศีลได้

หากถามถึงวิธีแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน รศ.สุชนา กล่าวว่า ปัจจุบันเราลดโลกร้อนไม่ทันแล้ว แต่เราอาจจะ ชะลอการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ เช่น ลดการใช้รถยนต์ หยุดโรงงานอุตสาหกรรม แต่วิธีการดังกล่าวไม่ สามารถทำได้ทันที ซึ่งต้องมีการหาพลังงานทดแทนให้ได้เสียก่อน ซึ่งทุกอย่างต้องอาศัยเวลาและเงินทุน กว่า จะทำได้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ในอนาคตสิ่งที่ทุกคนต้องทำหลังจากนี้ เมื่อไม่ สามารถลดโลกร้อนได้ก็ต้องปรับตัวอยู่กับโลกร้อนให้ได้


ที่มาของบทความและรูปภาพประกอบ: http://news.thaipbs.or.th


×