ข่าวเกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจก

ขยับตามเทรนด์

ปีหน้าแล้ว ประเทศสิงคโปร์จะเริ่มเก็บภาษีคาร์บอนกับภาคธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้น บรรยากาศโลก

โดยตั้งเป้าเก็บภาษีธุรกิจทุกภาคส่วนอยู่ที่ 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 119 บาทต่อปริมาณการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกหรือก๊าซคาร์บอน 1 ตัน จากปี พ.ศ.2562–2566 หลังจากนั้นจะทบทวนและอาจ เพิ่มขึ้นเป็นตันละ 10 และ 15 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 238 และ 357 บาทตามลำดับ ภายในปี พ.ศ .2573

ภาคธุรกิจที่เข้าข่ายถูกเก็บภาษีคาร์บอน คือ กลุ่มธุรกิจที่ปล่อยก๊าซโลกร้อน 25,000 ตันต่อปี นับยอด คร่าวๆก็น่าจะมีราวๆ 30-40 บริษัท ส่วนใหญ่อยู่ในภาคธุรกิจกลั่นปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์ และเซมิคอนดัก เตอร์

กระทรวงพาณิชย์สิงคโปร์ เจ้าของเรื่องแถลงว่า ภาษีคาร์บอนใหม่จะผลักดันภาคธุรกิจให้เร่งหา มาตรการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขัน เพื่อสู้กับบริษัทต่างๆ ในหลายๆ ประเทศที่เริ่มขยับตัวและเข้มงวดเพิ่มขึ้นเหมือนกัน เพื่อสอดรับกับข้อตกลงสู้โลกร้อนฉบับใหม่ หรือข้อตกลงปารีสมีผลบังคับใช้

“สิงคโปร์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นมูลค่าต่อตัวเลขจีดีพีในอัตราที่น้อยกว่าประเทศส่วนใหญ่ ในโลก และตั้งใจลดความหนาแน่นของการปล่อยก๊าซลงอีกเพื่อพยายามต่อสู้ปัญหาโลกร้อน” นายเฮ็ง สวี เกียต รมว.พาณิชย์สิงคโปร์กล่าว

ตามข้อมูลของสำนักงานพลังงานสากลล่าสุด สิงคโปร์ถูกจัดให้อยู่อันดับที่ 26 จากทั้งหมด 142 ประเทศของรายงานอันดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหัวประชากร ทั้งนี้เพราะขนาดประเทศเล็กและ ความหนาแน่นของประชากร

รัฐบาลสิงคโปร์คาดว่าในช่วง 5 ปีแรกจะเก็บภาษีคาร์บอนได้เกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (เกือบ 23,806 ล้านบาท) แต่รัฐบาลสิงคโปร์ตั้งใจทุ่มงบประมาณมากกว่านั้นเพื่อช่วยภาคธุรกิจก้าวสู่ธุรกิจใช้ พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปตามแนวโน้มหรือเทรนด์ของโลกอนาคต


ที่มาของบทความและรูปภาพ ประกอบ: https://www.thairath.co.th


×