ข่าวเกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจก

เดินหน้าไม่หยุด!! ม.มหิดล ยกระดับสู่ SD U

มหาวิทยาลัยมหิดลมองอนาคตยกระดับมหาวิทยาลัยเชิงนิเวศ มุ่งสู่มหาวิทยาลัยยั่งยืน สร้างสรรค์ โครงการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมรวมพลังเครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิง บวก


๐ โครงการเด่นขยายผลสู่สังคม
มุ่งคว้า มาตรฐาน-รางวัลระดับโลก

ในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยมหิดลตามแผน ยุทธศาสตร์ผ่าน 3 กลยุทธ์นั้น มีโครงการเด่นๆ ที่มหาวิทยาลัยมหิดลสร้างสรรค์และดำเนินการเพื่อผลักดัน แผนยุทธศาสตร์ให้บรรลุผล โดยมีโครงการที่โดดเด่น ได้แก่ ”โครงการ Reduce Reuse ถุง พลาสติก” โดยเริ่มต้นด้วยการมุ่งเน้นไปที่ร้านสะดวกซื้อภายในมหาวิทยาลัยมหดิลศาลายา และ ใช้ 3 แนวทาง เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แนวทางที่หนึ่งคือการรณรงค์ให้ปฎิเส ธการรับถุงพลาสติก แนวทางที่สองคือการตั้งกล่องเพื่อใส่ถุงพลาสติกที่ให้นำกลับมาใช้ใหม่ (Reusable Plastic Box) ไว้ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ และแนวที่สามคือการติดตั้งกล่องบริจาค (Donation Box) สำหรับผู้ ที่ต้องการใช้ถุงใบละ 2 บาท ผลที่ได้จากโครงการนี้ทำให้ในปี 2560 มหาวิทยาลัยมหิดลสามารถลดใช้ถุง พลาสติกรวมทั้งสิ้น 880,395 ใบ ลดก๊าซเรือนกระจก 176 ตัน
“โครงการธนาคารขยะรีไซ เคิล” โดยมุ่งเน้นไปที่เด็กนักเรียน ให้มีความรู้ความเข้าใจในการคัดแยกขยะและการรีไซเคิลขยะ รวมทั้ง เรียนรู้การเก็บออมเงินในเวลาเดียวกัน เพราะกลุ่มเยาวชนเป็นกลุ่มที่ปลูกฝังได้ง่ายที่สุดและช่วยให้ เกิดการขยายผลไปยังส่วนอื่นๆ ทั้งครอบครัว ชุมชน และประเทศได้ในอนาคต โดยเริ่มแห่งแรกที่โรงเรียน พระตำหนักสวนกุหลาบ มหามงคล และเมื่อได้รับผลสำเร็จอย่างมากทำให้ได้ขยายไปอีก 5 แห่ง ในจังหวัด นครปฐมในเวลาต่อมา ได้แก่ โรงเรียนวัดมะเกลือ โรงเรียนวัดทรงคนอง โรงเรียนวัดสุวรรณาราม โรงเรียน บ้านหนองแฟบ และโรงเรียนวัดมาบชลูด

นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนคือ บริษัท พีทีที ฟีนอล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก (มาบตาพุด) นำโครงการนี้ไป ขยายผลใน 5 โรงเรียนในจังหวัดระยอง ได้แก่ โรงเรียนมัธยมปุรณาวาส โรงเรียนวัดโขดหินมิตร โรงเรียนวัด ตากวน โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) และโรงเรียนวัดมาบข่า ซึ่งปัจจุบันเกิดเป็นเครือข่ายธนาคารขยะรีไซเคิล รวม 11 โรงเรียน

“โครงการยก ระดับความปลอดภัยห้องปฏิบัติการวิจัย ในมหาวิทยาลัยแห่งชาติ” ในปี2558 มีห้องปฏิบัติการ เข้าร่วม 20 ห้อง จาก 5 ส่วนงาน ยกระดับสู่ห้องปฏิบัตกิารตน้แบบด้านความปลอดภัย จำนวน 3 ห้อง (สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล, คณะสาธารณสุขศาสตร์, คณะเภสัชศาสตร์) “โครงการมหาวิทยาลัยแม่ข่าย ด้านมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ” เฟสที่1 ในปี2560 มีห้องปฏิบัติการต้นแบบยกระดับสู่ มาตรฐาน มอก.2677 (สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล, คณะสาธารณสุขศาสตร์) มีห้องปฏิบัติการเข้าร่วม 20 ห้อง จาก 10 ส่วนงาน + 2 สถาบัน (ม.ศิลปากร, ม.ราชภัฏเพชรบุรี) และมีการเผยแพร่นโยบายด้าน มาตรฐานความปลอดภัยแก่มหาวิทยาลัยลูกข่าย 6 สถาบัน (ม.ศิลปากร, ม.ราชภัฏ เพชรบุรี, ม.ราชภัฏ นครปฐม, ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง, ม. ราชภัฏกาญจนบุรี, ม.เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสนิทร์) และ“ โครงการมหาวิทยาลัยแม่ข่าย ด้านมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ” เฟสที่2 ในปี2561 มีการขยาย ผลการยกระดับความปลอดภัยห้องปฏิบัตกิาร ภายในมหาวิทยาลัยมหิดลและสถาบันอื่นๆ และมีการตรวจ ประเมินและรับรองห้องปฏิบัติการในรูปแบบ peer evaluation ส่งผลให้มหาวิทยาลัยมหิดลได้รางวัล สถานศึกษาปลอดภัยและสุขอนามัยดี ในปี2560 จากกระทรวงแรงงาน
“โครงการจัดการ จราจรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ด้วยการปรับพื้นที่การจราจรและสถานที่ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเอื้ออำนวยและส่งเสริมให้เกิดการใช้จักรยานและมีทางเดินเท้าที่สะดวกขึ้น พร้อมกับการสนับสนุนให้ใช้ รถรางบริการรับส่งระหว่างจุดจอดรถยนต์และอาคารต่างๆ รวมทั้ง การมีแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนให้ ข้อมูลเส้นทางและการใช้รถราง ตลอดถึงการแจ้งข่าวหรือเรื่องร้องเรียน จึงส่งผลให้ได้อันดับที่ 8 จากการจัด อันดับ World Ranking of Transportation ในปี 2560 จากมหาวิทยาลัยทั้งหมด 619 แห่ง นอกเหนือ จากการได้อันดับที่ 1 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย จากการจัดอันดับโดย UI GreenMetric ซึ่งจัด อันดับมหาวิทยาลัยระดับโลก นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยฯ ยังมีเป้าหมายที่จะสร้างการยอมรับให้มากขึ้น ด้วยการยื่นขอการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการ ยอมรับระดับโลกอีกด้วย
การเดินทางด้วยจักรยาน
 

๐ สร้างแนว ร่วมเครือข่ายยั่งยืน

ไม่เพียงการมองภาพทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมกำหนดนโยบายและแนวทางที่ชัดเจนของการเป็นมหาวิทยาลัยเชิงนิเวศ ยังมองภาพรวม ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย จึงมีการริเริ่มจัดตั้ง “เครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศ ไทย” ในปี 2559 ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัย 24 แห่งเข้าร่วม โดยเกือบทั้งหมดเป็นมหาวิทยาลัยของ รัฐ เช่น 1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 3. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 4. มหาวิทยาลัยมหิดล 5. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 6. มหาวิทยาลัยขอนแก่น 7. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 8. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นต้น

โดยกำหนดให้มีการ ดำเนินการร่วมกันใน 5 พันธกิจ ได้แก่ 1. เป็นเวทีสำคัญสำหรับการกำหนดแนวนโยบายเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2. กำหนดมาตรฐาน การชี้วัดความเป็นมหาวิทยาลัยยั่งยืน 3. การสร้างความร่วมมือของสถาบันอุดมศึกษาภายในประเทศที่สอดคล้องเชื่อมโยงต่อบริบทการพัฒนา อย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ 4. ประยุกต์แนวคิดของการพัฒนาอย่างยั่งยืนสู่นโยบายการบริหาร และ 5. จัดกิจกรรมการดำเนินงานของสถาบันการศึกษาที่จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ที่ผ่าน มามุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และแบ่งปันตัวอย่างความสำเร็จให้สมาชิกในเครือข่ายนำไป ขยายผล ส่วนการผลักดันให้เกิดแรงกระเพื่อมในวงกว้าง มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานเครือ ข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย ปีที่ 1 (พ.ศ.2559) ยอมรับว่ายังต้องการพลังร่วมจาก มหาวิทยาลัยต่างๆ อีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้ามาอยู่ในเครือข่ายนี้ อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ ในฐานะประธาน เครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย ปีที่ 3 (พ.ศ.2561) น่าจะมีโครงการ หรือกิจกรรมในภาพใหญ่ที่ใช้การรวมพลังจากเครือข่ายนี้ ดังนั้น การเติบโตของมหาวิทยาลัยบนแนวทาง ของความยั่งยืน จึงไม่ใช่เรื่องของการแข่งขัน แต่เป็นเรื่องของการร่วมมือ

 


 

ที่มาของบทความและรูปภาพประกอบ: https://mgronline.co m


×