banner_list

NAMA (Nationally Appropriate Mitigation Action)

 

NAMA (Nationally Appropriate Mitigation Action)

เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ NAMA (Nationally Appropriate Mitigation Action)

               การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และการลดก๊าซเรือนกระจก นับเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน ที่แต่ละประเทศให้ความสนใจ และเป็นหัวข้อหลักในการประชุมเจรจาภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC (United Nations Frame work Convention on Climate Change) ซึ่งที่ประชุมสมัชชารัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ COP (Conference of the Parties) ได้มีมติที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศในประเทศกำลังพัฒนาและเชื้อเชิญให้ประเทศกำลังพัฒนาส่งข้อมูลการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ หรือ NAMA (Nationally Appropriate Mitigation Actions) ผ่าน Decision 1/CP.13 “Bali Action Plan”, Decision 1/CP.16 “Cancun Agreements” Decision 2/CP.17 in Durban และ Decision 1/CP.18 “Doha Climate Gateway”
               โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 18 (COP18) ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งเน้นย้ำมากขึ้นว่าประเทศกำลังพัฒนาจะมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกมากยิ่งขึ้นในอนาคต โดยประเทศกำลังพัฒนาสามารถเสนอข้อมูลการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ โดยความสมัครใจต่อสำนักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC Secretariat) ซึ่งมีประเทศกำลังพัฒนาจำนวน 58 ประเทศ ได้แสดงเจตจำนงการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ ต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว (ข้อมูล ณ มกราคม พ.ศ. 2558)
               สำหรับประเทศไทยได้แสดงเจตจำนงการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ (NAMA Pledge) ในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 20 (COP20) ณ กรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู โดยระบุว่า ประเทศไทยจะลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศร้อยละ 7 - 20 ในภาคพลังงานและภาคการขนส่ง ให้ต่ำกว่าระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินงานตามปกติ (Business as Usual) ภายในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) และได้ยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงฯ ต่อสำนักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นการแสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่าประเทศไทยให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมรับผิดชอบแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นโยบายและแผนที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

1. นโยบายและแผนที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

          ประเทศไทยมีการนำเสนอเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกต่อประชาคมโลก โดยเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศภายใน พ.ศ. 2563 ที่เรียกว่า NAMA (Nationally Appropriate Mitigation Actions) มีเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก ร้อยละ 7-24 เมื่อเทียบกับการดำเนินงานในกรณีปกติ (Business as Usual: BAU) จากภาคพลังงานและขนส่ง ซึ่งประเทศไทยมีแผน/นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมดังนี้

                          1. แผนแม่บทการรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558-2593

                          2. แผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564 – 2573

 

2. นโยบายและแผนที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซเรือนกระจกของกระทรวงพลังงาน

          กระทรวงพลังงาน ได้วางกรอบแผนบูรณาการพลังงานแห่งชาติ ที่ให้ความสำคัญใน 3 ด้าน ประกอบด้วย (1) ด้านความมั่นคงทางพลังงาน (Security) ในการตอบสนองต่อปริมาณความต้องการพลังงานที่สอดคล้องกับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราการเพิ่มของประชากร และอัตราการขยายตัวของเขตเมือง รวมถึงการกระจายสัดส่วนของเชื้อเพลิงให้มีความเหมาะสม (2) ด้านเศรษฐกิจ (Economy) ที่ต้องคำนึงถึงต้นทุนพลังงานที่มีความเหมาะสมและไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว การปฏิรูปโครงสร้างราคาเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ ให้สอดคล้องกับต้นทุน และให้มีภาระภาษีที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศไม่ให้เกิดการใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือย รวมถึงส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (3) ด้านสิ่งแวดล้อม (Ecology) เพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานทดแทนภายในประเทศ และการผลิตพลังงานด้วยเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

          ในแผนบูรณาการพลังงานแห่งชาติ กระทรวงพลังงานได้ทบทวนการจัดทำแผนพลังงาน 5 แผนหลักในช่วงปี พ.ศ. 2558 – 2579 ที่สอดคล้องกับกรอบของการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้แก่ (1) แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (2) แผนอนุรักษ์พลังงาน (3) แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (4) แผนการจัดหาก๊าซธรรมชาติของไทย และ (5) แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง โดยแผนหลักที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซเรือนกระจกมีดังนี้

                         1. แผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558-2579

                         2. แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกพ.ศ.2558-2579

                         3. แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558-2579

3. นโยบายและแผนที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซเรือนกระจกของกระทรวงคมนาคม

          ด้วยกระทรวงคมนาคม มีพันธกิจในการพัฒนาระบบ กลไกและบุคลากร รวมทั้งวางนโยบายการพัฒนา กำกับดูแลและบูรณาการการขนส่งและการจราจรให้มีอย่างเพียงพอ มีประสิทธิภาพ ทั่วถึง คุ้มค่า และเป็นธรรมดังนั้น กระทรวงคมนาคมจึงมีแผนแม่บทในการพัฒนาระบบการขนส่งที่ยั่งยืนและลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้การพัฒนาระบบการจราจรและขนส่งเป็นไปอย่างมีทิศทาง สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม ทั้งนี้นโยบาย/แผนที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้กระทรวงคมนาคม มีดังนี้

 

                         1. แผนแม่บทในการพัฒนาระบบการขนส่งที่ยั่งยืนและลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

                         2. Thailand’s ActionPlanto Reduce Aviation Emission 2018

 

ผลการดำเนินการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการ/นโยบายของประเทศ

     องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) ร่วมกับ กระทรวงพลังงาน (พน.) โดย คณะทำงานประสานงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกระทรวงพลังงาน ได้ดำเนินการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการ/นโยบายภาคพลังงาน และจัดทำรายงานการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการภาคพลังงาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เพื่อสนับสนุน การบรรลุเป้าหมายภายใต้ NAMA โดยผลการดำเนินการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการ/นโยบายภาคพลังงานดังนี้

 

  • ในปี พ.ศ. 2556 (ค.ศ. 2013) ประเทศไทยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการภาคพลังงานได้ทั้งสิ้น 14.34 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2eq)
  • ในปี พ.ศ. 2557 (ค.ศ. 2014) ประเทศไทยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการภาคพลังงานได้ทั้งสิ้น 37.47 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2eq)
  • ในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) ประเทศไทยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการภาคพลังงานได้ทั้งสิ้น 40.14 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2eq)
  • ในปี พ.ศ. 2559 (ค.ศ. 2016) ประเทศไทยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการภาคพลังงานได้ทั้งสิ้น 45.68 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2eq)
  • ในปี พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017) ประเทศไทยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการภาคพลังงานได้ทั้งสิ้น 51.72 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2eq)


รูปแสดง ผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการภาคพลังงาน

คู่มือการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก (ภาคพลังงาน)

คู่มือการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก (ภาคพลังงาน) ประกอบไปด้วย

  1. เจตจำนง และเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย
  2. โครงสร้างและแนวทางการประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับมาตรการ/นโยบาย
  3. หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกมาตรการ/นโยบายที่เกี่ยวข้องและมีศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย
  4. การกำหนดกรณีฐานและการพัฒนาวิธีคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับมาตรการ/นโยบาย 19
  5. กระบวนการตรวจวัด การรายงาน และการทวนสอบ (Measurement, Reporting and Verification) 22
  6. วิธีคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจก และค่าสัมประสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง


คู่มือแนวทางการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการภาคพลังงาน