banner_list

ตลาดคาร์บอน

 

ETS คือ อะไร

ระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading Scheme: ETS) เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่างหนี่งที่ใช้ในการต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นที่รู้จัก และใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ และ แคนาดา ทั้งนี้ ระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ “แรงจูงใจทางการเงิน” ในการส่งเสริมให้ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกเริ่มจาก “เจ้าของระบบ (ส่วนใหญ่เป็นภาครัฐ) กำหนดระดับเพดานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อเทียบกับปีฐาน (หรือที่เรียกว่า Cap Setting)” ให้กับอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง หลังจากนั้น รัฐบาลจะ “จัดสรรใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือที่เรียกว่า Allowance Allocation” ให้กับโรงงาน/องค์กรต่างๆ ที่อยู่ในระบบ เพื่อจำกัดเพดานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของแต่ละโรงงาน/องค์กร โดยแต่ละโรงงาน/องค์กร จะไม่สามารถปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เกินกว่าระดับ Cap ที่กำหนดไว้ในแต่ละปี และต้องรายงานผลการตรวจวัดปริมาณการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกของโรงงาน/องค์กรที่ผ่านการทวนสอบ (หรือที่เรียกว่า Verification) ให้กับรัฐทุกปี

จากนั้น โรงงาน/องค์กรต่างๆ ต้อง“คืน (หรือที่เรียกว่า Surrender)” ใบอนุญาตปล่อยก๊าซ เรือนกระจกที่ได้รับจัดสรรมาจากรัฐบาลตามปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมา (ตามที่รายงานทุกสิ้นปี) ซึ่งหากโรงงาน/องค์กรต่างๆปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับจัดสรร ก็ต้องทำการซื้อใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงงาน/องค์กรอื่นๆภายใต้ระบบเดียวกัน หรือมีอีกทางเลือกหนึ่ง คือ อาจซื้อคาร์บอนเครดิต จากโครงการลดก๊าซเรือนกระจก ตามมาตรฐานต่างๆที่ระบบ ETS นั้นๆ ยอมรับให้นำมาใช้แทนใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกของระบบ เพื่อเป็นการชดเชยปริมาณก๊าซ เรือนกระจกที่ตนเองปล่อยเกินกว่าใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับจัดสรรมา ในทางกลับกัน หาก โรงงาน/องค์กร ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการจัดสรร ก็สามารถเก็บสะสม (Banking) ใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกไว้สำหรับปีถัดไปได้ หรือจะขายให้แก่ โรงงาน/องค์กรอื่นก็ได้ ทั้งนี้ การซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซ เรือนกระจกจะมีระดับราคาผันแปรตามอุปสงค์และอุปทานที่มีอยู่ในตลาด

ในท้ายที่สุด ปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกโดยรวมของระบบก็จะลดลงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยโรงงาน/องค์กร ก็ได้รับแรงจูงใจทางการเงินในการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยการใช้เทคโนโลยีที่สะอาดขึ้น หรือเป็นแรงจูงใจให้ผู้ที่มีต้นทุนในการลดก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่า ทำการลดก๊าซเรือนกระจกให้มากขึ้น ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนให้ประเทศชาติก้าวไปสู่ “การพัฒนาเศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำ หรือ Low carbon Economy” ได้อย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต

Thailand V-ETS คือ อะไร

ระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Trading Scheme) หรือที่เรียกว่า ระบบ Thailand V-ETS เป็นกลไกหนึ่งที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ได้พัฒนาขึ้น เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของประเทศไทย และได้ออกแบบระบบการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ (Measurement, Reporting, and Verification System) หรือ ระบบ MRV ที่พัฒนาจากมาตรฐานสากล ISO 14064-1, 14064-3 และ 14065

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 จนถึงปัจจุบัน อบก.ได้ดำเนินโครงการศึกษาเพื่อส่งเสริมการพัฒนาระบบตลาดคาร์บอนของไทยอย่างต่อเนื่องโดย Action plan ของ Thailand V-ETS มีดังนี้


ในปี 2558 อบก. ได้จัดทำโครงการนำร่องระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย เพื่อทดสอบระบบ MRV ที่ได้ออกแบบไว้กับโรงงานนำร่องจำนวน 15 แห่ง และพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการ และกฎการดำเนินงานของระบบ Thailand V-ETS ให้มีความเหมาะสมกับบริบทของประเทศ

รายชื่อองค์กรที่เข้าร่วมระบบ

ภายใต้โครงการนำร่องระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทยปีงบประมาณ 2558 อบก. มีโรงงานนำร่องเข้าร่วมทดสอบระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย (Thailand V-ETS) จำนวน 18 แห่ง ได้แก่

อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 11 โรงงาน คือ

1. โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7
2. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง เครื่องที่ 1-2
3. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ ชุดที่ 1-2
4. โรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 1-4
5. โรงไฟฟ้ากระบี่
6. โรงไฟฟ้าจะนะ ชุดที่ 1
7. โรงไฟฟ้าน้ำพอง
8. บริษัทกัลฟ์ เจพี เคพี 1 จำกัด
9. บริษัทกัลฟ์ เจพี เคพี 2 จำกัด
10. บริษัท กัลฟ์ เพาเวอร์ เจเนอเรชั่น จำกัด
11. บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด

อุตสาหกรรมปิโตรเคมีสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 7 โรงงาน คือ

1. บริษัทวีนิไทย จำกัด (มหาชน)   
2. บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขาที่ 2
3. บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขาที่ 3
4. บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขาที่ 4
5. บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขาที่ 5
6. บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขาที่ 11
7. บริษัท ระยอง โอเลฟินส์ จำกัด


ภายใต้โครงการนำร่องระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทยปีงบประมาณ 2559 อบก. มีโรงงานนำร่องเข้าร่วมทดสอบระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย (Thailand V-ETS) จำนวน 19 แห่ง ได้แก่

อุตสาหกรรมซีเมนต์สมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 4 โรงงาน คือ 

1. บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)
2. บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
3. บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด
4. บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ทุ่งสง) จำกัด


อุตสาหกรรมเหล็กสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 4 โรงงาน คือ 

5. บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน)
6. บริษัท เหล็กก่อสร้างสยาม จำกัด
7. บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน)
8. บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน)


อุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 4 โรงงาน คือ

9. บริษัท ไฟเบอร์พัฒน์ จำกัด
10. บริษัท ไทยเคนเปเปอร์ จำกัด (มหาชน)
11. บริษัท สยามเซลลูโลส จำกัด (โรงงานวังศาลา)
12. บริษัท ซี.เอ.เอส เปเปอร์ มิลล์ จำกัด


อุตสาหกรรมปิโตรเคมีสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 7 โรงงาน (ดำเนินการต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2558) คือ 

13. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)  สาขาที่ 2  
14. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)  สาขาที่ 3
15. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)  สาขาที่ 4
16. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)  สาขาที่ 5
17. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)  สาขาที่ 11
18. บริษัท ระยอง โอเลฟินส์ จำกัด
19. บริษัท วีนีไทย จำกัด

ภายใต้โครงการนำร่องระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทยปีงบประมาณ 2560 อบก. มีโรงงานนำร่องเข้าร่วมทดสอบระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย (Thailand V-ETS) จำนวน 33 แห่ง ได้แก่

1)  บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)
2)  บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
3)  บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด
4)  บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย (ทุ่งสง) จำกัด
5)  บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน)
6)  บริษัท เหล็กก่อสร้างสยาม จำกัด
7)  บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน)
8)  บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน)
9)  บริษัท ไทยเคนเปเปอร์ จำกัด (มหาชน)
10)  บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด (มหาชน)
11)  บริษัท ไฟเบอร์พัฒน์ จำกัด
12)  บริษัท ซี.เอส.เอส. เปเปอร์ มิลล์ จำกัด
13)  บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขาที่ 6
14)  บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ชื่อใหม่คือ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
15)  บริษัท HMC Polymer (PP) จำกัด
16)  บริษัท HMC Polymer (PDH) จำกัด
17)  บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขาที่ 12
18)  บริษัท โคห์เลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
19)  บริษัท เดอะสยามเซรามิค กรุ๊ป อินดัสทรี่ส์ จำกัด
20)  บริษัท ไทย-เยอรมันเซรามิก จำกัด (มหาชน)
21)  บริษัท อินเตอร์ แปซิฟิค เปเปอร์ จำกัด
22)  บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม (สระบุรี) จำกัด
23)  บริษัท อุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทย จำกัด (มหาชน)
24)  บริษัท เวลโกรว์กล๊าส อินดัสทรี จำกัด
25)  บริษัท ล ไลติ้งกลาส จำกัด
26)  เครือเจริญโภคภัณฑ์ (อาหารสัตว์) สระบุรี
27)  เครือเจริญโภคภัณฑ์ (อาหารสัตว์) ปักธงชัย
28)  เครือเจริญโภคภัณฑ์ (อาหารสัตว์) ศรีราชา
29)  เครือเจริญโภคภัณฑ์ (อาหารสัตว์) พิษณุโลก
30)  บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
31)  บริษัท ไทยยูเนี่ยนเมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด
32)  บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)
33)  บริษัท สยามอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร จำกัด (มหาชน)