18 ต.ค. 66
ปัจจุบันประเทศไทยมีการรับรองผลิตภัณฑ์ ที่มีการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทั้งแบบ B2B และ B2C แล้วกว่า 6,908 ผลิตภัณฑ์ และมีผลิตภัณฑ์ที่มีการลดก๊าซเรือนกระจกแล้ว 989 ผลิตภัณฑ์ มีก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ 7,965,277 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่ให้การรับรองโดย TGO มีดังนี้
เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือ ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หมายถึง ฉลากที่แสดงถึงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย ตลอดวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต/การประกอบชิ้นงาน การกระจายสินค้า การใช้งาน และการจัดการของเสียหลังหมดอายุการใช้งาน รวมถึงการขนส่งที่เกี่ยวข้อง โดยคำนวณออกมาในรูปของ กรัม, กิโลกรัม หรือตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
เครื่องหมายลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ หรือ ฉลากลดโลกร้อน คือ ฉลากที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์แล้ว และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียน ดังนี้ 1. ค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ลดลงจากเดิมไม่น้อยกว่า 2% โดยเทียบกับข้อมูลปีฐาน หรือ 2. ค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ต่ำกว่าหรือเท่ากับเกณฑ์เปรียบเทียบสมรรถนะ (Benchmark) ของแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์หรือฉลากลดโลกร้อน จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยในการตัดสินใจชื้อของผู้บริโภค และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีในการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น การใช้คาร์บอนฟุตพริ้นท์ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกด้วย เนื่องจากขณะนี้ในหลายประเทศเริ่มมีการนำคาร์บอนฟุตพริ้นท์มาใช้กันแล้ว ทั้งในอังกฤษ ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นต้น และมีการเรียกร้องให้สินค้าที่นำเข้าจากประเทศไทยต้องติดเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ด้วย นอกจากนั้น หากประเทศไทยมีการดำเนินโครงการและเก็บข้อมูลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจน จะช่วยให้เรามีอำนาจในการต่อรองมากขึ้นในการประชุมระดับโลกเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย
ดังนั้น เวลาเลือกซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อหรือในตลาด โปรดสังเกตเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์บนผลิตภัณฑ์ และสามารถค้นหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองแล้วได้ที่ เว็บไซต์ thaicarbonlabel.tgo.or.th