facebook
icon telephoneCall Center02-141-9790
ค้นหา
icon switch languageภาษา
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
icon line icon youtube icon tiktok
banner_list
  • 1867

สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนอาจก่อไฟไหม้จากฟ้าผ่า

14 มิ.ย. 61

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยรัฐพอร์ตแลนด์ ในสหรัฐอเมริกา เผยผลศึกษาใหม่ในวารสารวิจัยธรณีฟิสิกส์ (Geophysical Research Letters) เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดไฟไหม้จากฟ้าผ่าในภาวะอุณหภูมิเพิ่มขึ้นทั่วซีกโลกใต้ กับความแปรผันของสภาพอากาศของ 3 ปรากฏการณ์ อย่างแรก คือ เอลนีโญและลานีญา รวมตัวกลายเป็นสภาวะอุ่นเอนโซ (ENSO) หมายถึง อุณหภูมิที่ร้อนและเย็นเป็นระยะๆ บริเวณเส้นศูนย์สูตรในภาคตะวันออกและตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนที่ 2 คือ การเคลื่อนไหวไปมาสองด้านของน้ำอุ่นในมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Dipole–IOD) ลำดับที่ 3 คือ การแกว่งในโหมดความถี่ต่ำของความแปรปรวนในบรรยากาศซีกโลกใต้ (Southern Annular Mode–SAM) ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศโลกอย่างมาก

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยรัฐพอร์ตแลนด์ ในสหรัฐอเมริกา เผยผลศึกษาใหม่ในวารสารวิจัยธรณีฟิสิกส์ (Geophysical Research Letters) เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดไฟไหม้จากฟ้าผ่าในภาวะอุณหภูมิเพิ่มขึ้นทั่วซีกโลกใต้ กับความแปรผันของสภาพอากาศของ 3 ปรากฏการณ์ อย่างแรก คือ เอลนีโญและลานีญา รวมตัวกลายเป็นสภาวะอุ่นเอนโซ (ENSO) หมายถึง อุณหภูมิที่ร้อนและเย็นเป็นระยะๆ บริเวณเส้นศูนย์สูตรในภาคตะวันออกและตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนที่ 2 คือ การเคลื่อนไหวไปมาสองด้านของน้ำอุ่นในมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Dipole–IOD) ลำดับที่ 3 คือ การแกว่งในโหมดความถี่ต่ำของความแปรปรวนในบรรยากาศซีกโลกใต้ (Southern Annular Mode–SAM) ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศโลกอย่างมาก

โดยธรรมชาติแล้วเมื่อความร้อน, ออกซิเจน, เชื้อเพลิง และแหล่งกำเนิดกระบวนการเผาไหม้มาเจอกัน ก็ จะทำให้เกิดไฟ แต่ทิศทางและความเร็วในการเคลื่อนที่ของไฟก็ขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ ชนิดและเงื่อนไขของพืชที่มีอยู่ แต่นักวิจัยเชื่อว่าปรากฏการณ์ทั้ง 3 แบบ จะเชื่อมโยงกับการเกิดไฟป่าจากฟ้าผ่า และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วแถบเมดิเตอร์เรเนียน รวมถึงในซีกโลกใต้ที่ตกอยู่ภายใต้สภาพอากาศที่อุ่นขึ้น ฤดูหนาวที่แห้งแล้งทำให้ความชื้นในดินน้อยลง ส่วนในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ความชื้นของดินจะถูกดึงขึ้นไปในอากาศเร็วขึ้น ทำให้ดินและพืชเกิดความแห้งแล้งและติดไฟง่าย

ผลการวิจัย พบว่า อิทธิพลของธรรมชาติใน 3 รูปแบบดังกล่าว มีผลต่อการเกิดไฟไหม้ในช่วงศตวรรษที่ 21 มากกว่าในช่วง 20 ปี สุดท้ายของศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนอันเนื่องมาจากการกระทำของมนุษย์ โดยคาดว่าแนวโน้มเหล่านี้จะยังคงดำเนินต่อไป


ที่มาของบทความและรูปภาพประกอบ: https://www.thairath.co.th