สถานการณ์ป่าไม้ในบ้านเรา ต้องบอกว่ามีพื้นที่ป่าลดลงเรื่อย ๆ จนปัจจุบันเหลือเพียงร้อยละ 32 ของประเทศเท่านั้น ทำให้หลายภาคส่วนมีความพยายามที่จะอนุรักษ์ป่าอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้เรามีอีกหนึ่งความร่วมมือที่จะช่วยขยายฐานการอนุรักษ์ป่าผ่านหน่วยที่เล็กที่สุดในสังคม นั่นก็คือครอบครัว เพื่อความยั่งยืนของป่าไม้ ความมั่นคงมั่งคั่งในครอบครัว รวมถึงเพื่อประโยชน์ในการลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย
ซึ่งความร่วมมือที่กล่าวถึงนี้ เกิดขึ้นระหว่างสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินโครงการป่าครอบครัวเพื่อลดภาวะโลกร้อน เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 ณ PANDA Camp อ.บ้านไร่ จ.อทัยธานี โดยโครงการนี้จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาโครงการป่าครอบครัว ซึ่งจะนำไปสู่การพึ่งพาตนเองและความมั่นคงทางชีวภาพอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งยังช่วยกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเกิดความตระหนักในความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดความคุ้มค่า รวมถึงยังช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เป็นต้นเหตุของภาวะโลกร้อนอีกด้วย
สำหรับในปี 2557 ที่ผ่านมา มีสมาชิกป่าครอบครัวเกิดขึ้นแล้ว จำนวน 154 ครอบครัว ซึ่งมีพื้นที่ป่าทั้งหมด 488 ไร่ โดยมีการปลูกกล้าไม้ในป่าครอบครัวทั้งพันธุ์ไม้ที่เป็นอาหาร สมุนไพร และไม้ใช้สอยที่เป็นไม้ล้มลุก ไม้ยืนต้นและไม้เถา ซึ่งป่าครอบครัวนอกจากจะช่วยครอบครัวในการประหยัดค่าใช้จ่ายและสร้างรายได้แล้ว ป่าครอบครัวยังช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับโลก เป็นที่อยู่อาศัยเป็นแหล่งอาหารให้กับสัตว์ต่าง ๆ ช่วยให้อากาศบริสุทธิ์ รวมถึงเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซพิษอื่น ๆ ในบรรยากาศ ซึ่งพื้นที่ 1 ไร่ของป่าครอบครัวที่อุดมสมบูรณ์ สามารถกักเก็บได้ 0.8 ตันคาร์บอนไดออกไซด์
ป่าครอบครัว คือ แหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพ ในที่ดินที่ครอบครัวครอบครองอยู่ ซึ่งอาจเป็นพื้นที่ป่าดั้งเดิมที่ครอบครัวอนุรักษ์ไว้ให้เป็นป่าธรรมชาติ หรือเป็นพื้นที่ที่ครอบครัวพัฒนาขึ้นมาใหม่ให้เป็นป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพหรือมีสภาพใกล้เคียงกับป่าธรรมชาติ ซึ่งในการส่งเสริมให้ครอบครัวพัฒนาที่ดินเพื่อทำเป็นป่าครอบครัวนั้น ต้องเริ่มจากสำรวจความต้องการของครอบครัวในการปลูกพืชให้มีความหลากหลาย เช่น มีทั้งพืชยืนต้น ไม้เลื้อย หรือไม้รอง จากนั้นจึงลงมือปฏิบัติ และมีการติดตาม ประเมินผล
และเมื่อเกิดเป็นป่าครอบครัวที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ป่าครอบครัวก็จะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ ระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม สร้างความรัก ความสามัคคี เกิดการแบ่งปันในครัวเรือน และชุมชน นำไปสู่การเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนต่อไป
อ้างอิงเนื้อหาของข่าวจาก: http://www.krobkruakao.com