วันที่ 5 เมษายน 2569 องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดงานอบรมสัมมนาให้ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การประเมิน CFP และระบบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของประเทศไทยให้กับ SME ภายใต้โครงการ “ส่งเสริมและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME ไทย ด้วยเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product)” เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรของสถานประกอบการ SME ไทย มีความรู้ความเข้าใจในแนวทางการประเมินและทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ของ SME และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการประเมินและขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานของ TGO อันจะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยไปสู่ตลาดโลก
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ TGO ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. และนางสาวพรรรัตน์ เพชรภักดี ผู้อำนวยการใหญ่ ส.อ.ท. ร่วมกล่าวเปิดงานและแสดงวิสัยทัศน์ในการผลักดันผู้ประกอบการ SME ไทย ให้สามารถปรับตัวต่อมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและกติกาการค้าโลกยุคใหม่
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ TGO กล่าวว่า ปัจจุบันประเด็นด้านคาร์บอนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคการค้าและการลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับการส่งออกและห่วงโซ่อุปทาน ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในอนาคต
ดร.ปณิตา ชินวัตร รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า การสนับสนุน SME ไทยให้สามารถปรับตัวต่อมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพธุรกิจไทย ทั้งในด้านการผลิต การเข้าถึงตลาด และการสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
นางสาวพรรรัตน์ เพชรภักดี ผู้อำนวยการใหญ่ ส.อ.ท. กล่าวว่า การประเมิน Carbon Footprint of Product (CFP) ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือด้านสิ่งแวดล้อม แต่กำลังกลายเป็น “เครื่องมือทางการแข่งขัน” ที่สำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทยในยุคใหม่ โดยเฉพาะในบริบทของมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศและ Green Supply Chain
ด้าน ดร.สนธยา กริชนวรักษ์ หัวหน้าโครงการ ส.อ.ท. ได้กล่าวถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการ SME ไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และข้อกำหนดด้านคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น โครงการดังกล่าวจึงมีเป้าหมายในการเสริมสร้างองค์ความรู้ พัฒนาศักยภาพ และสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้อง เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและเตรียมความพร้อมสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ของ SME ไทยอย่างน้อย 12 ผลิตภัณฑ์ ได้รับการรับรอง CFP รวมถึงพัฒนาศักยภาพบุคลากร SME กว่า 80 คน ให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของงาน คือ “พิธีประกาศเจตนารมณ์ของผู้ประกอบการ SME” ซึ่งมีผู้ประกอบการจำนวน 15 องค์กร ร่วมแสดงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ ประกอบด้วย
ภายในงานยังมีการบรรยายและฝึกเชิงปฏิบัติด้านการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมตั้งแต่แนวคิดพื้นฐาน ขั้นตอนการประเมิน การเก็บข้อมูล การคำนวณ การทวนสอบ ตลอดจนแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต โดยผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส.อ.ท. เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในผลิตภัณฑ์ที่องค์กรผลิตขึ้นต่อไป
ความร่วมมือระหว่าง TGO สสว. และ ส.อ.ท. ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการรวมพลังภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อยกระดับ SME ไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป