วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Thailand Nature Positive Forum 2026” ภายใต้แนวคิด “การขับเคลื่อนภาคธุรกิจสู่อนาคตธรรมชาติเชิงบวก” พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่ 14 หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้าน Nature Positive เพื่อเป็นแบบอย่างและสร้างแรงจูงใจให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติมากยิ่งขึ้น โดยมี นางสาวภัทรานันท์ ทองประพาฬ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.ณัฐริกา วายุภาพ นิติพน รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ องค์กรระหว่างประเทศ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องพระวิษณุ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
ดร.รวีวรรณ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญ “Triple Planetary Crisis” ทั้งวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งมีความเชื่อมโยงและส่งผลกระทบต่อกัน จึงจำเป็นต้องแก้ไขอย่างบูรณาการ โดยแนวคิด “Nature Positive” เป็นการยกระดับจากการหยุดยั้งการสูญเสียธรรมชาติไปสู่การฟื้นฟูและเพิ่มพูนความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ พร้อมมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ เพื่อใช้ติดตามผล สร้างความเชื่อมั่น และสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนทั้งในและต่างประเทศ
ประเทศไทยมีการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับการเพิ่มและฟื้นฟูพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งฟื้นฟูพื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการรักษาระบบนิเวศและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เพื่อให้ป่ามีความสมบูรณ์และเป็นฐานสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังมุ่งพัฒนากลไกการเข้าถึงแหล่งทุนระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบ Global Biodiversity Framework และกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก หรือ Global Environment Facility (GEF) ระยะ GEF-9 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมส่งเสริมความร่วมมือกับภาคธุรกิจและภาคเอกชน เชื่อมโยงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ให้ชุมชน
“การขับเคลื่อนงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพไม่สามารถดำเนินการโดยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาชน และภาควิชาการ เพื่อร่วมกันสร้างรูปแบบการพัฒนาที่ทำให้คนสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล” ดร.รวีวรรณ กล่าว
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตธรรมชาติเชิงบวกยังสอดคล้องกับพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อการอนุรักษ์ผืนป่า สัตว์ป่า พันธุ์พืช และระบบนิเวศ จนได้รับการถวายพระราชสมัญญา “พระมารดาแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ” ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมุ่งสืบสานและต่อยอดให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
การจัดงานดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งกลไกในการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ให้ตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนร่วมเป็นพลังสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนา เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ “อนาคตธรรมชาติเชิงบวก” อย่างยั่งยืน