วันที่ 28 สิงหาคม 2569 องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO แถลงผลการดำเนินงาน ภายใต้ กิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ประจำปีงบประมาณ 2569 ในไตรมาสที่ 4 เพื่อเผยแพร่ผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานของ TGO ต่อประเทศในด้านต่าง ๆ และผลงานเชิงประจักษ์ในปีงบประมาณ 2569 โดยได้รับเกียรติจาก นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ TGO พร้อมด้วย ดร.พฤฒิภา โรจน์กิตติคุณ รองผู้อำนวยการ TGO ให้การต้อนรับสื่อมวลชนจากหน่วยงานภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งจากสาขาและแพลตฟอร์มต่าง ๆ ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ TGO มีผลสำเร็จและผลงานเด่น ดังนี้
ผลสัมฤทธิ์ต่อประเทศในด้านต่าง ๆ
ผลงานเชิงประจักษ์ในปีงบประมาณ 2569
พัฒนาวิธีการคำนวณและกระบวนการ MRV ในระดับมาตรการ จากแผน NDC Action Plan จำนวน 3 มาตรการ (เพิ่มประสิทธิภาพพลังงานไฟฟ้า/ความร้อนจากมาตรการเงินอุดหนุน และมาตรการ EERS ) และปรับปรุงวิธีการคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกรายมาตรการ สาขาพลังงาน จำนวน 13 มาตรการ รวมถึงวิธีการคำนวณค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไฟฟ้าและความร้อน อีกทั้งสาขาการจัดการของเสียชุมชน จำนวน 3 มาตรการ
ผลการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ปี 2567 ผ่านการรับรองจากคณะทำงานจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกและมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจก ทั้ง 5 สาขา มีผลการดำเนินงาน ดังนี้
ตลอดจนศึกษาศักยภาพการผลิตและการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) แล้วเสร็จ รองรับ Net Zero 2050 และข้อเสนอเชิงนโยบายผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง SAF ของภูมิภาค
ในปีงบประมาณ 2569 มีโครงการ Standard T-VER ขึ้นทะเบียนแล้ว 96 โครงการ ส่งผลให้เกิดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดหรือกับเก็บได้รวม 1,421,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และมีการรับรองคาร์บอนเครดิตรวม 2,521,001 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จาก 42 โครงการ
ในส่วน Premium T-VER มีโครงการที่ขึ้นทะเบียน 3 โครงการ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดหรือกับเก็บได้รวม 5,978 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี มีการรับรองคาร์บอนเครดิต Premium T-VER จำนวน 60 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากโครงการ AWD และจัดส่ง Premium T-VER เพื่อขอรับการประเมิน CORSIA (ICAO) ระยะที่ 2 (2570–2572) รวมทั้งมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เรื่อง การรับรองมาตรฐานร่วมระหว่าง Premium T-VER และ Gold Standard (Dual Certification) ระหว่าง TGO สมอ. และ Gold Standard Foundation
ตลอดจนพัฒนาระเบียบ Premium T-VER จำนวน 2 ระเบียบวิธี ได้แก่ ระเบียบวิธีสำหรับการบริหารจัดการระดับน้ำในพื้นที่พรุเสื่อมโทรม ซึ่งสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศพื้นที่พรุเพื่อเพิ่มศักยภาพในการลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจก และระเบียบวิธีสำหรับการใช้แบตเตอรี่เพื่อกักเก็บพลังงานหมุนเวียนส่วนเกินจากการใช้งานตามปกติ
การซื้อขายคาร์บอนเครดิต มีปริมาณการซื้อขาย/ถ่ายโอนเครดิตจากโครงการ Standard T-VER รวม 1,032,681 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ส่งผลให้เกิดมูลค่าการซื้อขายรวม 41,659,118 บาท
เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network: TCNN) มีสมาชิกสะสมรวม 898 องค์กร (ภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา) และมีองค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก (Climate Action Leading Organization: CALO) ประกาศเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับเป้าหมายประเทศเพิ่มขึ้น 19 องค์กร ส่งผลให้มีองค์กรรวม 56 องค์กร
การจัดทำฐานข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด มีการจัดทำแผนทางการลดก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับบริบทของจังหวัด จำนวน 7 จังหวัด (เชียงราย, ร้อยเอ็ด, อุทัยธานี, สุรินทร์, สมุทรสงคราม, ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร) เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593 และจัดทำแบบจำลองธุรกิจ (Business Model) จำนวน 7 แบบจำลอง โดยใช้กลไก T-VER และ LESS เชื่อมโยงภาครัฐ-เอกชน-ชุมชน สร้างแรงจูงใจทางเศรษฐศาสตร์และการเข้าถึงแหล่งทุน
การจัดทำฐานข้อมูลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกตามบริบทของ อปท. จำนวน 23 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2578 และจัดทำรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกระดับเมืองและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกตามบริบทของ อปท. จำนวน 1 แห่ง (เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี) ภายในปี พ.ศ. 2578
ตลอดจนส่งเสริม อปท. สู่ Net Zero ด้วยการจัดทำแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ตามบริบทของ อปท. จำนวน 9 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2593 และมีการขับเคลื่อนผ่านกลไก LESS ระดับท้องถิ่น โดยผลักดันให้ อปท. ดำเนินกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกและยื่นขอรับรองผลการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้โครงการ LESS แล้ว 2,547 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
การรับรองฉลากคาร์บอนผลิตภัณฑ์ รวม 5,353 ผลิตภัณฑ์ โดยแบ่งเป็น คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) 4,707 ผลิตภัณฑ์ ฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์หรือฉลากลดโลกร้อน (CFR) 311 ผลิตภัณฑ์ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจหมุนเวียน (CE-CFP) 325 ผลิตภัณฑ์ และ CoolMode 10 โครงสร้างผ้า ทางด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) และ Net Zero มีองค์กรได้รับการรับรอง CFO 1,293 องค์กร รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรให้รับรองแผนการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ Net Zero (Net Zero Pathway) จำนวน 11 องค์กร
ตลอดจนขยายเครือข่ายผู้ประเมินภายนอก (Verification Body: VB) โดยมี VB สำหรับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ขึ้นทะเบียนใหม่ 7 นิติบุคคล และต่ออายุ 1 นิติบุคคล สะสมรวม 24 นิติบุคคล และมี VB สำหรับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) ขึ้นทะเบียนใหม่ 9 นิติบุคคล สะสมรวม 20 นิติบุคคล และขึ้นทะเบียนบุคคลใหม่ 60 คน สะสมรวม 169 คน
ผลการฝึกอบรม ผ่านสถาบันวิทยาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGO Climate Action Academy: CAA) มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมรวม 2,027 คน สอบผ่านทั้งหมด 1,354 คน (ร้อยละ 89.55) จากผู้เข้าสอบ 1,512 คน การประเมินมีความพึงพอใจหลักสูตร ร้อยละ 91.90 และนำความรู้ไปใช้ได้จริง ร้อยละ 98.78
ขยายเครือข่ายหน่วยฝึกอบรมภายนอกตามกลไกของ TGO ด้วยการลงนามบันทึกความตกลง (MOA) กับหน่วยฝึกอบรมภายนอกอย่างเป็นทางการแล้ว รวมทั้งสิ้น 5 หน่วยงาน ได้แก่ บริษัท วี กรีน เคยู จำกัด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัท ซีบีไอเอส คอนซัลติ้ง จำกัด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยมหิดล
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
กลุ่มสื่อสาร สำนักสื่อสารและทะเบียนคาร์บอนเครดิต
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
โทรศัพท์ 02 141 9974, 02 142 7467