facebook
icon telephoneCall Center02-141-9790
ค้นหา
icon switch languageภาษา
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
icon line icon youtube icon tiktok
banner_list
  • 1886

ปลูกผักยกร้าน...สู้โลกร้อน ปีเดียวคืนทุน กำไรแสนสอง

29 มิ.ย. 61

“แต่ก่อนเทคโนโลยียังไม่ถึงชุมชน ผักอินทรีย์ เกษตรปลอดสารพิษ เราได้ยินได้ฟังแต่ไม่เข้าใจว่า ต้องทำอย่างไร ปี 2535 ทางการเริ่มเข้ามาส่งเสริมให้ความรู้ ชาวบ้านปลูกผักอินทรีย์อย่างจริงจัง ปีนั้นร่างกายเริ่มไม่ไหว เพราะฉีดพ่นยาในนาข้าวมาก จึงเริ่มสนใจคิดทำบ้างเพื่อสุขภาพของตัวเอง”

“แต่ก่อนเทคโนโลยียังไม่ถึงชุมชน ผักอินทรีย์ เกษตรปลอดสารพิษ เราได้ยินได้ฟังแต่ไม่เข้าใจว่า ต้องทำอย่างไร ปี 2535 ทางการเริ่มเข้ามาส่งเสริมให้ความรู้ ชาวบ้านปลูกผักอินทรีย์อย่างจริงจัง ปีนั้นร่างกายเริ่มไม่ไหว เพราะฉีดพ่นยาในนาข้าวมาก จึงเริ่มสนใจคิดทำบ้างเพื่อสุขภาพของตัวเอง”

ปิยะทัศน์ ทัศนิยม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ บ้านหนองมัง ต.โนนกลาง อ.สำโรง จ .อุบลราชธานี เล่าถึงที่มาของการปรับเปลี่ยนการทำนาหันมาปลูกผักอินทรีย์...เริ่มด้วยการปรับพื้นที่ 2 งาน ทำสระน้ำ ปรับนาให้เป็นที่ดอนสำหรับปลูกผัก...ช่วง 2 ปีแรก เป็นระยะปรับเปลี่ยนให้สารตกค้างในดินหมดไป

ปี 2538 เข้าร่วมโครงการเกษตรอินทรีย์ มาตรฐานออร์แกนิกไทยแลนด์ ปลูกขายส่งให้โรงพยาบาล ที่ต้องผ่านการตรวจรับรองจากเกษตรกร โรงพยาบาล และเกษตรจังหวัด ปีละ 4 ครั้ง และส่งเลมอนฟาร์ม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เลมอนฟาร์ม เกษตรจังหวัด จะตรวจคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัย

แม้ต้องตรวจรับรองถี่...แต่คุ้มค่าเพราะได้ราคาสูงกว่าตลาด 2 เท่าตัว

“แต่ปลูกผักลงดินในที่เดิมๆติดต่อกันหลายปี นอกจากมีปัญหาโรคพืช สภาพอากาศยังร้อนขึ้นทุกวัน ดูแลดีแค่ไหนยังเจอปัญหาผักเหี่ยว ต้องให้น้ำบ่อยขึ้น สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) จึงชวนให้ปลูกผักในโรงเรือนพลาสติก หลังคา 2 ชั้นช่วยให้ลมระบายได้ดี น่าจะแก้ปัญหาได้ เพราะช่วยลดอุณหภูมิในโรงเรือนได้ 3-5 องศา”

หลังจากศึกษากระทั่งแน่ใจ จึงเริ่มปลูกโรงเรือน ต้นทุนหลังละ 80,000 บาท ในโรงเรือนทำนั่งร้านคล้ายๆ โต๊ะ ยกพื้นสูงพอดีเอว สะดวกต่อการดูแลและเก็บผักง่าย ใช้กระเบื้องแผ่นลอนคู่มาวางเป็นพื้นนั่งร้าน เพื่อช่วยระบายน้ำและถ่ายเทอากาศด้านใต้ ดินปลูกผักจะไม่ร้อน รากพืชไม่เน่าง่าย จากนั้นใช้มุ้งตาข่ายไนลอนมาทำกระบะวางทับไปบนกระเบื้องลอนคู่

ใส่ดินหนา 20 นิ้ว ตามด้วยปุ๋ยหมักมูลสัตว์ ฉีดพ่นด้วยน้ำหมัก วิธีนี้จะทำให้ได้จุลินทรีย์มาช่วยย่อยอินทรียวัตถุให้กลายเป็นปุ๋ยสำหรับพืช

การตรวจสอบว่าดินพร้อมปลูกผักหรือยัง ปิยะทัศน์ แนะเคล็ดลับ...ให้กำดินแล้วดูร่องมือว่ามีน้ำซึมออกมามั้ย ถ้าดินจับตัวเป็นก้อนไม่ร่วนซุยต้องเพิ่มปุ๋ยหมักลงไปอีก บีบแล้วมีน้ำซึมออกมาถึงจะใช้ได้

ช่วงผักกำลังเจริญเติบโตใส่ปุ๋ยหมักสูตรที่มีไนโตรเจนสูง และ 7 วันก่อนเก็บผักขาย ฉีดพ่นใส่น้ำหมักทำจากผลไม้สุก อาทิ ฟักทอง สับปะรด กล้วย และแตงโม จะช่วยให้ผักกรอบ ไม่มีรสขม

หลังเก็บผักหมด พรวนดิน ใส่ปุ๋ย และน้ำหมัก ทดสอบโครงสร้างดินวิธีเดิม แล้วปลูกผักรุ่น 2 ได้เลย ไม่ต้องพักหน้าดิน ต่างจากเมื่อก่อนที่ต้องพัก หน้าดิน 15 วัน โรงเรือน 1 หลัง หักต้นทุนได้กำไรปีละ 120,000 บาท ดีกว่าทำนาปลูกข้าวปีละหน ได้เงินไม่แน่นอน


ที่มาของบทความและรูปภาพประกอบ: https://www.thairath.co.th