หากช้างป่าสูญพันธุ์ จะทำให้ climate change ยิ่งแย่ลง
13 มี.ค. 64

ข่าวร้ายคือ ช้างป่าทั้งช้างแอฟริกาและช้างเอเชีย ตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ จากปัญหาการล่า และการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย สำหรับข่าวดีหากเราสามารถอนุรักษ์ประชากรช้างในธรรมชาติไว้ได้ก็จะช่วยส่งเสริมกลไกการกักเก็บคาร์บอนของระบบนิเวศน์ป่าไม้ เพื่อต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ช้างต้องการอาหารเพื่อการดำรงชีพ เป็นปริมาณมากในแต่ละวัน ช้างขนาด 3 ตัน ต้องการอาหารวันละประมาณ 200 กิโลกรัม ซึ่งการหาอาหารปริมาณมากใน 1 วัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ป่าฝนเขตร้อน ซึ่งพืชพรรณมักจะผลิตสารเคมีเพื่อต่อต้านการถูกกิน (สารพิษ หรือ สารที่มีรสขม) ช้างจำเป็นต้องเดินทางเพื่อหาอาหาร พื้นที่ป่าที่หนาทึบจะถูกเปิดออกตามเส้นทางการเดินของช้าง ซึ่งทำให้ต้นไม้เล็กๆ สามารถแข่งขันเพื่อเติบโต และพืชพรรณจะพยายามทุ่มเทสารอาหารไปเพื่อการเติบโตมากกว่าที่จะใช้สารอาหารเพื่อไปสังเคราะห์สารเคมีเพื่อการป้องกัน ดังนั้นพืชพรรณในวัยอ่อนที่เติบโตเร็วจะมีอัตราการดูดซับคาร์บอนที่สูงกว่าต้นไม้ที่เติบโตแล้ว
ช้างเกี่ยวข้องอย่างไรกับ carbon stock
จากการศึกษาของ Fabio Berzaghi นักนิเวศน์วิทยา ซึ่งศึกษาผลของการกินอาหารและการหาอาหารของช้างในระบบนิเวศน์ป่าไม้ ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ป่าจะมีต้นไม้ใหญ่ลดลงในการดำรงชีวิตและการหาอาหารของช้างจะเข้าไปหาอาหารในพื้นที่ป่าละเมาะ (low wood density) จะเป็นการช่วยส่งเสริมการเติบโตของพรรณไม้ที่เติบโตช้า ซึ่งมีความหนาแน่นของมวลเนื้อไม้มากกว่า (high wood density) และในที่สุดจะทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของมวลชีวภาพของภาพรวมในระยะยาวเพื่อที่จะส่งเสริมการเติบโตของไม้ใหญ่ การระบบกวนระบบนิเวศน์จากการหาอาหารของช้างจะเป็นการช่วยให้ป่าไม้มีการกักเก็บคาร์บอนมากขึ้น จากผลการศึกษานี้จะช่วยให้นโยบายการอนุรักษ์ช้างสามารถเสริมผลสำเร็จของการดำเนินงานเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผู้วิจัยได้ประเมินว่า ในทวีปแอฟริกา หากช้างสูญพันธุ์ไปจะทำให้สูญเสีย Carbon Stock จากป่าไม้ไปราว 7% หรือคิดเป็นมูลค่าราว US$43 billion (อ้างอิงกับราคา conservative carbon stock)
ช้างป่าอาจจะสูญพันธ์ุในไม่ช้า
สถานการณ์ของช้างป่าแอฟริกา ที่เคยมีประชากรนับล้านแต่ในช่วงเวลาจากปี 2002 ถึงปี 2011 เหลือประชากรเพียง 10% ของศักยภาพที่เป็นไปได้ โดย 62% ของช้างป่าได้ถูกล่าเนื่องจากความต้องการงาช้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับประชากรช้างและนำมาสู่การเกิดภัยพิบัติของระบบนิเวศน์
สถานการณ์ของช้างป่าเอเชีย จัดเป็นช้างที่พบได้ในแหล่งที่อยู่ที่หลากหลายและกินพืชหลากหลายชนิด ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อความยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศแปรปรวน อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้ประชากรช้างเอเชียตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เช่น จำนวนประชากรที่ลดลง ความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้นและความไวต่อโรค การเปลี่ยนแปลงของพืชพรรณที่ทำให้พืชอาหารลดลง และอีกปัจจัยที่สำคัญคือ ความสามารถในการแพร่พันธุ์ที่จำกัด อัตราการขยายพันธุ์ต่ำ ซึ่งเป็นผลมาจากถิ่นที่อยู่อาศัยกระจัดกระจายมากขึ้น ไม่สามารถมีการผสมพันธุ์ข้ามกลุ่มประชากร ส่งผลให้ความหลากหลายของพันธุกรรมของสัตว์อยู่ในระดับปานกลาง
อนุรักษ์ช้าง ช่วยต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ผลงานวิจัยของ Berzaghi และคณะ ได้แสดงให้เห็นบทบาทที่สำคัญของช้างในระบบนิเวศน์ป่าไม้ ในเชิงการสร้างสมดุลต่อสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นการอนุรักษ์สัตว์ป่า เช่น ช้าง มีส่วนให้ระบบนิเวศน์ในธรรมชาติสามารถดำเนินไปได้อย่างสมดุลไปพร้อมกับการต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ