facebook
icon telephoneCall Center02-141-9790
ค้นหา
icon switch languageภาษา
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
icon line icon youtube icon tiktok
banner_list
  • 640

เมืองจักรยาน

23 พ.ค. 58

นับวันจักรยานจะเป็นยานพาหนะสำคัญของชาวโลกมากขึ้น ยิ่งประเทศชั้นนำรวมทั้งสหรัฐอเมริกาต่างประกาศว่าจะเป็นประเทศ carbon-free หรือประเทศปลอดสารเผาไหม้ จักรยานจึงยิ่งมีความสำคัญ เพราะเป็นการลดมลพิษทางอากาศที่ให้ผลเร็วและกว้างขวางที่สุด ด้วยเหตุนี้เมืองแนวหน้าทุกแห่งในโลกจึงขะมักเขม้นพัฒนาระบบและระเบียบการใช้จักรยาน

มีการจัดอันดับเมืองจักรยานแล้ว 3 ครั้ง โดยบริษัท Copenhagen Design กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งออกแบบผังเมืองเพื่อการใช้จักรยาน โดยมีกฎเกณฑ์ 13 ข้อ เช่น การเอาจริงของผู้บริหารและประชาชน วัฒนธรรมการใช้จักรยาน ความพร้อมของสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก มาตรฐานโครงสร้าง มีบริการให้เช่าจักรยาน สัดส่วนบุรุษและสตรีในการใช้จักรยาน ทรรศนะความปลอดภัยของผู้ใช้จักรยาน การยอมรับทางสังคมต่อการใช้และผู้ใช้ ทรรศนะของผู้ดูแลและผู้ทำงานด้านผังเมือง และความพยายามในการจัดการจราจรให้เหมาะกับการใช้จักรยาน

การจัดอันดับเมืองจักรยานมีการสำรวจทุก 2 ปี ครั้งแรกคือปี 2011 ครั้งที่ 2 ปี 2013 และครั้งที่ 3 ในปีนี้ โดยมีข้อแตกต่างที่สำคัญคือ การจัดอันดับครั้งแรกจัดจาก 80 เมือง ครั้งที่ 2 จาก 150 เมือง และครั้งล่าสุด 122 เมือง ที่มีความสำคัญระดับภูมิภาคและมีประชากรไม่ต่ำกว่า 600,000 คน โดยคัดเมืองดังกล่าวให้เหลือเพียง 20 เมือง ปรากฏว่าอันดับ 1 คือกรุงโคเปนเฮเกนที่อยู่อันดับ 2 ในการจัด 2 ครั้งก่อนหน้า แทนที่กรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ที่ถือเป็นเมืองที่มีการใช้จักรยานสูงสุด

กรุงโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก พุ่งขึ้นอันดับ 1 หลังจากเดินหน้าเอาจริงกับการยกระดับการใช้จักรยาน จากเดิมที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วก็ยิ่งดีขึ้น เช่น การสร้างทางจักรยานยกระดับขนาบถนนยกระดับ 1 แห่งกับทางจักรยานข้ามคลอง 2 แห่ง รวมทั้งปรับปรุงทางยกระดับที่มีอยู่แล้ว 4 แห่งให้ดียิ่งขึ้น

ส่วนกรุงอัมสเตอร์ดัมที่หล่นจากอันดับ 1 เนื่องจากไม่ค่อยกระตือรือร้นเท่าที่ควรในการเดินหน้า นอกนั้นเป็นเมืองหน้าใหม่ นำโดยกรุงบัวโนสไอเรส เมืองหลวงอาร์เจนตินา ติดอันดับ 14 เป็นเมืองในทวีปอเมริกาใต้เพียงแห่งเดียวที่ติดอันดับ โดยกรุงรีโอเดจาเนโรหลุดอันดับไป

กรุงบัวโนสไอเรสน่าจะเป็นตัวอย่างสำหรับเมืองทั่วโลกที่ยังล้าหลังเรื่องจักรยาน เพราะในช่วงเวลาเพียง 3 ปี จากเดิมที่แทบไม่มีคนใช้จักรยานสามารถยกระดับให้แพร่หลายได้ ปัจจัยสำคัญคือ การสร้างทางจักรยานระยะทางเกือบ 140 กิโลเมตร พร้อมให้บริการเช่าจักรยานระดับสากล ซึ่งเป็นไปตามแผนการปรับปรุงและยกระดับเมืองให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

คงไม่แปลกใจที่เมืองในยุโรปส่วนใหญ่จะใช้จักรยาน ยิ่งมีปัญหาน้ำมันแพงประชาชนก็ยิ่งเปลี่ยนมาใช้จักรยานกันมากขึ้น เมื่อเกิดกระแสสีเขียวและภัยโลกร้อน ประชาชนก็พร้อมใจกันปรับตัว เช่นเดียวกับ 2 เมืองของอเมริกาเหนือที่ติดอันดับคือ มินนิอาโพลิสในสหรัฐ กับมอนทรีลในแคนาดา

ในสหรัฐเป็นที่ทราบกันดีว่าประชาชนประเทศนี้เสพติดรถยนต์ ไปไหนมาไหนก็ต้องใช้รถยนต์ แม้กระทั่งซื้อของที่ร้านใกล้บ้าน นอกจากนี้ยังไม่มีบริการขนส่งสาธารณะที่มีระดับและแพร่หลาย ไม่ต่างจากแคนาดา

ความเด่นของมินนิอาโพลิสที่ติดอันดับ 18 นอกจากการเอาจริงกับการใช้จักรยานจนกลายเป็นเมืองตัวอย่างในสหรัฐแล้ว ยังสามารถจัดการปัญหาหิมะในช่วงฤดูหนาวให้คนใช้จักรยานสามารถเดินทางได้

ส่วนมอนทรีลนั้นครั้งที่แล้วติดอันดับ 13 แต่ครั้งนี้หล่นไปอันดับ 20 ที่ผ่านมาได้ชื่อว่าเป็นเมืองจักรยานชั้นนำของทวีป แต่ระยะหลังไม่ค่อยเอาจริงกับการพัฒนาเท่าที่ควรจึงถูกสหรัฐแซงหน้า และที่น่าเป็นห่วงคือ ถ้ามอนทรีลยังจัดการปัญหาหิมะไม่ดีและไม่ซ่อมแซมทางที่ชำรุดก็อาจหลุดอันดับในการจัดครั้งต่อไปได้

นอกจากนี้ยังมีสตราส์บูร์กในฝรั่งเศสพุ่งอันดับ 4 ลูบลิยานา เมืองหลวงสโลวีเนีย อันดับ 13 และเวียนนา เมืองหลวงออสเตรีย อันดับ 16

ส่วนเมืองในเอเชียที่ไม่ติดอันดับเลยนั้น แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังล้าหลังเรื่องการใช้ยานพาหนะ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่เคยติดอันดับเลย เพราะครั้งที่แล้วโตเกียวกับนาโกยาก็ติดอันดับ แต่ครั้งนี้หลุดไป

สรุป 20 เมืองที่ติดอันดับคือ อันดับ 1 โคเปนเฮเกน อันดับ 2 อัมสเตอร์ดัม อันดับ 3 อูเทรคต์ อันดับ 4 สตราส์บูร์ก อันดับ 5 ไอนด์โฮเวน อันดับ 6 มัลโม อันดับ 7 นองต์ อันดับ 8 บอร์โดซ์ อันดับ 9 แอนต์เวิร์ป อันดับ 10 เซบีญา อันดับ 11 บาร์เซโลนา อันดับ 12 เบอร์ลิน อันดับ 13 ลูบลิยานา อันดับ 14 บัวโนสไอเรส อันดับ 15 ดับลิน อันดับ 16 เวียนนา อันดับ 17 ปารีส อันดับ 18 มินนิอาโพลิส อันดับ 19 ฮัมบูร์ก และอันดับ 20 มอนทรีล

พูดถึงประเทศจักรยานคนมักยกให้เนเธอร์แลนด์เป็นตัวอย่าง เพราะประชาชนใช้จักรยานมาช้านาน และการจัดอันดับครั้งนี้มีเมืองที่ติดอันดับถึง 3 แห่ง ทั้งที่เป็นประเทศเล็ก จึงหวังว่าการจัดกิจกรรม “ปั่นเพื่อแม่” จะช่วยให้ไทยเป็นประเทศจักรยานในอนาคต

บทความโดย : ณ สันมหาพล


ที่มาของบทความและรูปภาพประกอบ: http://www.lokwannee.com