พื้นที่มหาสมุทรของโลกเรานั้นมีสิ่งที่เรียกว่า สายพานแห่งมหาสมุทร ซึ่งเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อนให้น้ำในมหาสมุทรไหลเวียนไปทั่วโลกอย่างช้าๆ และเป็นระบบ โดยมีอุณหภูมิและความเค็มที่แตกต่างกันเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อน แต่ปัจจุบันสภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของน้ำในมหาสมุทร แน่นอนว่าย่อมสะเทือนต่อสิ่งมีชีวิตที่เป็นเผ่าพันธุ์บนโลก
พื้นที่มหาสมุทรของโลกเรานั้นมีสิ่งที่เรียกว่า สายพานแห่งมหาสมุทร ซึ่งเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อนให้น้ำในมหาสมุทรไหลเวียนไปทั่วโลกอย่างช้าๆ และเป็นระบบ โดยมีอุณหภูมิและความเค็มที่แตกต่างกันเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อน แต่ปัจจุบันสภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของน้ำในมหาสมุทร แน่นอนว่าย่อมสะเทือนต่อสิ่งมีชีวิตที่เป็นเผ่าพันธุ์บนโลก
ทีมนักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศนานาชาติ นำโดยสถาบันวิจัยผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศพอทส์ดัม ในเยอรมนี รายงานลงในวารสารธรรมชาติ ถึงผลการศึกษาล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่าภาวะโลกร้อนมีแนวโน้มจะชะลอการไหลเวียนของน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกในระดับที่อ่อนแอที่สุดของประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นการคาดการณ์จากแบบจำลองที่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างขึ้น ทำให้สังเกตได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะส่งผลให้ทวีปซีกโลกเหนือ โดยเฉพาะยุโรปมีสภาพอากาศรุนแรงเพิ่มมากขึ้น หรือมีระดับน้ำทะเลสูงขึ้นตามชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา
นักวิทยาศาสตร์เผยว่า นับตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 20 ความเร็วในการเคลื่อนที่ของน้ำในมหาสมุทรทั่วโลกลดลงไปราว 15% และที่สำคัญ การชะลอตัวที่เกิดขึ้นขณะนี้ สามารถเพิ่มโอกาสเกิดการปิดระบบการไหลเวียนของน้ำได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชวนหวาดหวั่นเป็นอันมากที่จะเกิดภัยพิบัติร้ายแรงในอนาคต
ที่มาของบทความและรูปภาพประกอบ: https://www.thairath.co.th